ไพ่เท็กซัส โฮลด์เอม (Texas Hold’em )เรียนรู้รูปแบบการเล่น

เกม ไพ่เท็กซัส ไม่ว่าจะทำการสำรวจความนิยมอีกกี่ครั้งก็มักจะได้รับการจัดอันดับในอยู่เบอร์ต้นที่มาแรงเสมอ ไม่เคยมีคำว่าตกกระแสเกิดขึ้นกับเกมเกมนี้ มีแต่จะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าพูดถึงเกมไพ่โป๊กเกอร์แล้วแน่นอนว่านักพนันจะคิดถึงไพ่เท็กซัส โฮลด์เอม (Texas Hold’em) โดยเฉพาะคาสิโนชั้นนำในทวีปยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นการละเล่นที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไปแล้ว 

ในขณะที่เมืองไทยบ้านของเรานั้นก็ให้ความสำคัญกับเกมเกมนี้ไม่ใช่น้อย มีนักพนันจำนวนมากทั้งหน้าใหม่และมือเก๋าเกมที่เข้ามาร่วมสนุกและวางเดิมพันผ่านทางเว็บคาสิโนออนไลน์ที่ให้บริการ แม้ว่าจะเป็นเกมที่ค่อนข้างยาก ต้องเรียนรู้และอาศัยทักษะคณิตศาสตร์ และยังต้องใช้จิตวิทยาในการดำเนินเกมก็ตาม แต่ก็ยังคงเป็นเกมหนึ่งในดวงใจเสมอ ลองมาทำความรู้จักกับวิธีการเล่นและกติกาขั้นพื้นฐานของไพ่เท็กซัสโฮลด์เอม (Texas Hold’em ) กันแล้วจะได้คำตอบว่าทำไมจึงเป็นเกมยอดนิยมของคนทั่วทั้งโลก

ไพ่เท็กซัส

ขั้นตอนการเล่นและกติกาที่ถูกต้องในเกม ไพ่เท็กซัส โฮลด์เอม (Texas Hold’em )

ก่อนที่จะเริ่มเกมจะต้องวางเดิมพันจาก Big Blind และ Small Blind เสียก่อน ซึ่งตำแหน่งนี้หมายถึงผู้เล่น 2 คนที่อยู่ทางซ้ายมือของเจ้ามือ สำหรับผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง Big Blind จะต้องวางเดิมพันสองเท่าของผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง Small Blind ถ้า Small Blind วาง 100 บาท Big Blind ก็จะต้องวาง 200 บาท จากนั้นจะนำเงินเดิมพันดังกล่าวมารวมเอาไว้เป็นเงินเดิมพันกองกลาง 

สำหรับการวางเดิมพันนักพนันจะต้องรู้ว่ายังสามารถแบ่งออกได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ (1) การวางเดิมพันที่ไม่เกินเงินกองกลาง (2) การวางเดิมพันที่กำหนดราคาเท โดยผู้ให้บริการแต่ละเว็บก็จะกำหนดให้แตกต่างกันออกไป และ (3) การวางเดิมพันแบบไม่มีกำหนดอัตราขั้นต่ำของราคาเท นักพนันทุกคนมีอิสระที่จะเกทับได้มากตามที่ต้องการ ทั้งนี้ตำแหน่งเจ้ามือ Big Blind และ Small Blind จะถูกเปลี่ยนในเกมต่อ ๆ ไปตามการวนของเข็มนาฬิกา

เมื่อวางเงินกองกลางเรียบร้อยแล้ว ในเกมจะไพ่สำรับมาตรฐานจำนวน 52 ใบและไม่มีไพ่โจ๊กเกอร์มาเล่น จากนั้นเจ้ามือแจกไพ่ให้คนละ 2 ใบ โดยจะต้องคว่ำหน้าไพ่ไว้ไม่ให้ใครเห็น แม้แต่เจ้ามือเองก็ตาม เมื่อทุกคนได้รับไพ่แล้วให้พิจารณาไพ่ในมือให้ดีเพราะจะต้องวางเดิมพัน โดยมีเงื่อนไขว่าเงินเดิมพันที่วางลงมานั่นจะต้องมีอัตราขั้นต่ำตามเงินเดิมพันของนักพนันที่อยู่ในตำแหน่ง Big Blind ที่ได้วางไปแล้วก่อนหน้า แต่ถ้าต้องการจะวางเงินให้มากกว่าขั้นต่ำเพราะมั่นใจในไพ่ หรือต้องการจะเดินเกมแบบเกทับก็สามารถวางได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ต้องยึดเอาตามกติกาที่ว่าห้ามวางต่ำกว่าอัตราที่กำหนด

ในทางกลับกัน ถ้านักพนันรู้สึกว่าไพ่ที่อยู่ในมือไม่น่าจะเอามาสู้คนอื่น ๆ ได้ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการยอมแพ้ หรือเรียกในวงการไพ่เท็กซัส ว่าการหมอบไพ่ เป็นสามารถทำได้ตั้งแต่การก่อนวางเดิมพันครั้งแรกที่ได้รับไพ่ 2 ใบในมือ ทั้งนี้ต้องตัดสินใจให้ดี เพราะไม่ได้เดินเกมต่อ โอกาสที่จะได้รับเงินเดิมพันก็น้อยลง แต่อย่างที่บอกว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด เซียนไพ่ก็ยอมรับความพ่ายแพ้ได้ มันดีกว่าทุ่มเงินลงไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางได้คืน

ต่อจากนั้นเจ้ามือจะหยิบไพ่ขึ้นมา 3 ใบแล้วเอาไปวางไว้ที่กองกลาง เพื่อใช้เป็นไพ่สำหรับการวัดแต้มไพ่ที่อยู่ในมือ ซึ่งนักพนันทุกคนจะรู้ว่าไพ่ในมือมีแต้มเท่าไหร่ มีค่ามากหรือน้อย เนื่องการเป็นการวัดผลการแพ้ชนะกัน  ทั้งนี้เมื่อวางไพ่ลงไปในกองกลางแล้วก็จะมีการเดิมพันกันอีก แต่นักพนันจะวางเงินเพิ่มหรือไม่วางก็ได้ รวมถึงหมอบไพ่ก็ได้เช่นกัน แต่ในการหมอบไพ่ในครั้งนี้จะไม่ได้รับเงินที่วางเดิมพันลงไปแล้วคืน

ไพ่เท็กซัส

สำหรับการนับแต้มไพ่มีหลักการดังนี้

Royal Flush หรือ Royal Straight Flush หมายถึง ไพ่ 5 ใบที่ประกอบด้วย A, K, Q, J และ 10 ที่มีดอกเดียวกัน ถือเป็นไพ่ที่ใหญ่ที่สุดของเกม 

Straight Flush หมายถึง ไพ่ 5 ใบที่เรียงลำดับกัน และมีดอกเดียวกันทั้งหมด เช่น ไพ่หมายเลข 2, 3, 4 และ 5 โดยต่างก็เป็นไพ่ดอกจิกทั้งสิ้น

Four of a Kind หมายถึง จำนวนไพ่ 5 ใบ จะต้องมีไพ่ที่มีหมายเลขเหมือนกัน 4 ใบ จะเป็นสีดำหรือสีแดงก็ได้

Full House  หมายถึง ไพ่ที่มีทั้งไพ่ตองและไพ่คู่ด้วยกัน 

Flush หมายถึง ไพ่ที่มีสีและดอกเดียวกันทั้งหมด 5 ใบ ในกรณีที่ได้ฟลัชเหมือนกันให้นักพนันดูว่าไพ่ในมือใบไหนที่สูงที่สุด โดยคนคนนั้นจะเป็นผู้ชนะ

Straight หมายถึง ไพ่ 5 ใบที่เรียงลำดับกัน จะเป็นดอกหรือสีอะไรก็ได้ 

Three of a Kind หรือไพ่ตอง หมายถึง ไพ่ที่มีแต้มเหมือนกัน 3 ใบจากไพ่ทั้ง 5 ใบ

One Pair หมายถึง ไพ่ที่มีจำนวนแต้มเหมือนกัน 1 คู่

Two Pair หมายถึง ไพ่ที่มีจำนวนแต้มเหมือนกัน 2 คู่

High Card  หมายถึง ไพ่ 5 ใบที่ได้รับมาไม่ตรงกับรูปแบบไพ่ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น นักพนันจะต้องดูไพ่ที่สูงที่สุดในมือ โดยยึดหลักการไพ่ที่มีเลขสูงสุดไปหาต่ำสุด ดังนี้ A –  K –  Q –  J –  10 –  9 –  8 –  7 – 6 –  5 –  4 –  3 และ 2 

สำหรับขั้นตอนต่อไป เจ้ามือจะวางไพ่เพิ่มอีก 1 ใบลงไปในไพ่กองกลาง แล้วก็จะเริ่มวางเงินเดิมพันเพื่อเกทับกันอีกรอบ โดยจะดำเนินเกมเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ  จนกว่าไพ่กองกลางจะถูกเปิดครบทั้ง 5 ใบ ซึ่งจะทำให้รู้ผลการแข่งขันจากไพ่กองกลาง 5 ใบ และไพ่ในมือนักพนันอีกคนละ 2 ใบ เมื่อวัดแต้มไพ่แล้วนักพนันคนไหนที่มีแต้มสูงสุดก็จะเป็นผู้ชนะทีได้รับเงินเดิมพันที่วางลงไปในกองกลางทุกครั้งตลอดการดำเนินเกม แต่ถ้าเกิดกรณีได้แต้มไพ่ในมือเท่ากันก็ให้ตัดสินว่าชนะร่วมโดยหารรางวัลกันคนละครึ่งนั่นเอง แต่ก็ไม่ค่อยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เท่าไหร่นัก

หมายเหตุ หากเกิดความผิดพลาดในการแจกไพ่ โดยมากจะเป็นการที่เจ้ามือแจกไพ่ให้นักพนันทีเดียว หมายถึง แจกไพ่ให้ 2 ไพ่ในครั้งเดียว และเจ้ามือเผลอแจกไพ่โดยหงายให้นักพนันในเกม ให้ถือว่าเป็นไพ่พลาดและจะต้องแจกไพ่ใหม่อีกครั้ง ในทางกลับกันคือ ถ้าเจ้ามือแจกไพ่ให้เรียบร้อยแล้ว แต่นักพนันเผลอตัวหงายไพ่ออกมาให้คนอื่นเห็นเอง เกมก็ยังคงดำเนินต่อไป ไม่ถือว่าเป็นไพ่พลาด

นอกจากนี้แล้วนักพนันจะต้องหมั่นทบทวนคำศัพท์ที่ใช้ในเกมไพ่เท็กซัส เสมอ ดังนี้

All-in หมายถึง การวางเงินเดิมพันแบบหมดหน้าตัก ด้วยเงินหรือชิปทั้งหมดที่มี

Raise หมายถึง การเพิ่มเงินเดิมพันให้มากขึ้น

Re-raise หมายถึง การวางเงินเกทับ โดยเป็นการเพิ่มเงินเดิมพันที่มีอยู่แล้ว

Bluff หมายถึง คำเรียกที่แสดงถึงเทคนิคในการหลอกล่อนนักพนันคนอื่น ๆ หากเชื่อก็อาจจะหมอบไพ่หรือทิ้งไพ่ที่มีแต้มดี ๆ ลงมา

Big Blind หมายถึง ตำแหน่งผู้เล่นที่อยู่ถัดจากเจ้ามือคนที่สองจากทางซ้าย และเป็นคนที่จะต้องวางเงินเดิมพันเป็นสองเท่าของ Small Blind  โดยจำนวนเงินที่วางลงมาเป็นตัวกำหนดอัตราขั้นต่ำในการวางเดิมพัน

Small Blind หมายถึง ตำแหน่งผู้เล่นที่นั่งอยู่ข้างเจ้ามือทางซ้าย และเป็นผู้เล่นที่จะต้องวางเงินเดิมพันเป็นคนแรก

Call หมายถึง การสู้ต่อไปด้วยการวางเงินเดิมพันเท่ากับผู้เล่นคนอื่น ๆ 

Check หมายถึง การผ่านให้ผู้เล่นคนอื่นเล่นต่อได้โดยที่ไม่ได้มีการวางเงินเดิมพันเพิ่มใด ๆ 

Fold หมายถึง การหมอบไพ่ทิ้งหรือยอมแพ้ในรอบนั้น ๆ 

Draw หมายถึง การแจกไพ่

Turn หมายถึง การเปิดไพ่กองกลางใบที่ 4 

River หมายถึง การเปิดไพ่กองกลางใบที่ 5 ที่เป็นไพ่ใบสุดท้ายของเกม

Kickers หมายถึง ไพ่ที่เป็นตัวกำหนดผลแพ้ชนะ มักจะในกรณีที่ไพ่ในมือมีระดับเดียวกัน

Showdown  หมายถึง การเปิดไพ่ที่อยู่ในมือของทุกคนเพื่อหาผู้ชนะ

Pot หมายถึง เงินกองกลางที่นักพนันทุกคนวางเดิมพัน และเมื่อจบเกมผู้ที่ชนะจะได้เงินส่วนนี้ไปทั้งหมด